ประวัติบางหญ้าแพรก
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดบางหญ้าแพรก ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร
จังหวัดสมุทรสาครตรงกับบริเวณปากอ่าวแม่น้ำท่าจีน มีเนื้อที่
40 ไร่ วัดบางหญ้าแพรก สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อายุประมาณ
176 ปี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว (นานจนหาหลักฐานไม่ได้)
อาณาเขตและอุปราจารวัด
วัดบางหญาแพรก มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันตก
ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ส่วนทิศตะวันออกติดต่อกับแม่น้ำท่าจีน
มีลานคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นเขตหน้าวัด ทางวัดได้มีการสร้างถนน
เพื่อให้ได้คมนาคมไว้โดยรอบวัด เพื่อเป็นการสะดวกในภายนอกและภายในวัด
ทรัพย์สินของวัด
วัดมีเนื้อที่ 40 กว่าไร่ ได้ให้ทางราชการจัดสร้างโรงเรียนวัดบางหญ้าแพรก
ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติ
ทำการสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก ถึงชั้นประถมปีที่ 6 เป็นต้น
จนถึงปัจจุบันนี้ ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างใหม่ เพราะขอนเก่าได้ทรุดโทรม
และได้เพิ่มเป็นมัธยมศึกษา ม.3 ในยุคปัจจุบันนี้ นอกจากนั้นทางวัดให้ทางราชการจัดสร้างสถานีอนามัยตำบลบางหญ้าแพรก
ใช้สำหรับให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วย ซึ่งเป็นประชาชนของตำบลบางหญ้าแพรก
พร้อมกันนี้ยังให้ที่สำหรับปลูกสร้างศาลเจ้าแม่ปากคลอง
หรือเรียกกันว่าเจ้าแม่อาเนี้ย ตามศรัทธาของประชาชนตำบลนี้
และมอบเนื้อที่ริมแม่น้ำบางส่วนให้แก่ทางราชการเพื่อใช้สร้างเป็นท่าเทียบเรือประมง
ส่วนบริเวณรอบกุฏิหรือบริเวณในวัด ได้ปลูกต้นไม้ยืนต้น
ไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ
อาคารเสนาสนะต่างๆ
อุโบสถ 1 หลัง ซึ่งเป็นหลังใหม่ พร้อมด้วยมี วิหารด้านหน้าและด้านหลัง
มีกุฏิสวฆ์ซึ่งหอใหญ่เป็นกึ่งกลาง ส่วนกุฏิด้านซ้ายแถวละ
42 ห้อง ส่วนกุฏิด้านขวาแถวละ 42 ห้อง รวมทั้งหมด 84 ห้อง
ส่วนหอกลางนั้นมีด้วยกัน 3 ชั้น ชั้นแรกด้านบนนั้นเป้นห้องศึกษาธรรมะพุทธวินัยพระภิกษึสงฆ์และสามเณร
ส่วนชั้นกลางเป็นหอฉัน ส่วนชั้นล่างใต้ดินเป็นที่เก็บสิ่งของวัตถุสิ่งของต่างๆ
ส่วนด้านหลังหอกลาง มีกุฏิหลังใหญ่ 1 หลัง และด้านหลังกุฏิหลังใหญ่มีห้องน้ำสำหรับพระภิกษุสงฆ์และสามเณร
8 ห้อง 1 หลัง ส่วนห้องสุขาสำหรับพระภิกษุสงฆ์และสามเณรอีก
1 หลัง ประมาณ 10 ห้อง และถัดไปเหนือจากห้องน้ำและห้องสุขาไป
มีบ่อน้ำบาดานพร้อมถังเก็บน้ำและส่งน้ำ ถัดลงไปจากบ่อน้ำบาดานทางทิศตะวักตก
เป็นกุดังเก็บศพอยู่ด้านหลัง และด้านหน้าสวดอภิธรรมอยู่หลังเดียวกันกั้นกลาง
และถัดขึ้นไปจากกุดังเก็บศพเป็นฌาปนสถาน 1 หลัง 2 ศาลา
ท้ายศาลาสุดเป็นห้องน้ำอีก 1 หลัง ประมาณ 12 ห้อง และเหนือขึ้นไปจากศาลาสวดอภิธรรม
ก็เป็นวิหารหลวงพ่อพุทธเมตตาองค์ดำ ถัดไปก็จะเป็นลานสนามหน้าวัดพร้อมด้วยศาลาพักร้อนอยู่เหนือสนามหน้าวัดติดกับถนนและแม่น้ำอยู่ทางทิศตะวันออก
พร้อมมีกำแพงกั้นเป็นอาณาเขตวัดและมีสระน้ำภายในวัด และมีวิหารพระสีวลี
อยู่ติดกับอุโบสถหลังใหม่ด้านซ้ายมีศาลาพักร้อน 1 หลังอยู่ใกล้กันตามนี้
ได้แก่พระประธานในอุโบสถหลังเก่าซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ผู้คนนับถือกันมาก
เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านเมื่อถึงงานเทศการประจำปีของทางวัดจะมีประชาชนมาปิดทองกันมากมายพร้อมด้วยนั้นก็มีศาลเจ้าที่คู่กับวัด
ซึ่งเป็นเจ้าของที่ก็มีคนในตำบลมาเคารพบูชาขอพรเข้าที่ตลอดปี
และมีเจดีย์สถาน 5 องค์ ชำรุดไป 2 องค์ ปัจจุบันนี้เหลือ
3 องค์

พระอุโบสถหลังเก่า อายุประมาณ
176 ปี
ความเป็นมา
วัดบางหญ้าแพรกนี้ ไม่มีหลักฐานชี้ชัดเกี่ยวกับการสร้างวัด
ประมาณว่าสร้างขึ้นเมื่อต้นสมัยรัจนโกสินทร์ มีอายุประมาณ
176 ปีเศษ เป็นวัดของชาวรามัญดั่งเดิมจึงมีรูปหงษ์เป็นสัญลักษณ์รอบๆ
บริเวณวัดทั่วไปเป็นหมู่บ้านของชาวรามัญอยู่ เจ้าอาวาสผู้ปกครองส่วนมากเป็นชาวรามัญ
กล่าวกันว่าแต่เดิมที่วัดนี้เป็นที่จารึกอักขระภาษารามัญลงในใบลานเป็นพระอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์บ้าง
เป็นที่เทศนาสอนประชาชนบ้าน ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ จะมีเจ้าอาวาสวัดรามัญในเขตจังหวัดสมัทรสาครมาประชุมกันเพื่อสะสางหนังสือเก่า
แก้ไขให้ถูกต้อง และจารึกลงในใบลานทุกปีตลอดมา งดทำไปในปี
พ.ศ. 2530 มีเจ้าอาวาสปกครองสืบต่อกันมาหลายรูป โดยเฉพาะ
พระอุปัชฌายะล่ายซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 ของวัดนี้ มีประชาชนนับถือมากจึงสามารถสร้างวัดได้เจริญรุ่งเรือง
แต่ส่วนมากการก่อสร้างในระยะนั้นไม่เข้าเป็นแถวเป็นแนวเพราะเนื้อที่วัดยังมีน้อยส่วนใหญ่ประกอบกับสิ่งก่อสร้างเป็นไม้ล้วนจึงผุพังลงตามกาลเวลา
ถึงแม่ว่าเจ้าอาวาสรูปหลังๆจะพยายามซ่อมแซมก็ตาม มายุคปัจจุบันนี้มีหลวงพ่อมาลัยรูปที่
4 (หรือ) พระครูอุทัยธรรมสาคร เจ้าคณะตำบลท่าฉลอม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสได้เปลี่ยนแปลงโดยย้านกุฏิใหม่
ให้เขาเป็นระเบียบถอยวัดไปจากแม่น้ำท่าจีนเพื่อหนีภัยธรรมชาติคือน้ำเซาะตลิ่ง
เพื่อให้ด้สนหน้าของวัดมีบริเวณกว้างมากขึ้นแต่เนื่องไม้สำหรับก่อสร้างหายากประกอบกับมีราคาแพงสิ่งก่อสร้างต่างๆ
จึงทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กและก่ออิฐถือปูน ได้สร้างกุฏิหลังใหม่เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้สร้างหอฉันหอสวดมนต์
ห้องอาบน้ำ ศาลาเอกประสงค์ พร้อมกับมีโครงการย้ายฌาปนสถานใหม่ให้กับผังของวัด
ส่วนพระอุโบสถเดิมนั้นเป็นไม้ล้วนเหล็กและคับแคบไม่สะดวกแก่การทำสังฆกรรมทุกประเภท
จึงต้องสร้างใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม ซึ่งขณะนี้ได้สร้างเสร็จแล้ว
ภิกษุสามเณร จำพรรษา ปีละ 40 รูปขึ้นไปทุกปีเพราะในตำบลนี้มีประชาชนอยู่หนาแน่นมากจึงมีงานกุศลบ่อยครั้ง
ทางวัดได้อำนวยความสะดวกและสงเคราะห์เต็มความสามารถ นอกจากนั้นทางวัดยังมีโครงการบริเวณวัด
ให้เป็นที่ร่มรื่นสมกับคำว่า อารามต่อไปฯ
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดนี้ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา กล่าวคือ เปิดทำการสอนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม
และส่งพระภิกษุสามเณร เข้าสอบธรรมสนามหลวงของจังหวัดสมุทรสาคร
ในปัจจุบันมีพระของวัดบางหญ้าแพรกที่สอบผ่านเปรียญธรรมประโยค
3 และประโยค 4 ได้ และสำหรับวันธรรมสวนะหรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ทางวัดได้จัดให้มีการบำเพ็ญกุศลและประกอบพิธีทางศาสนาเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีตลอดเป็นประจำ
อนึ่งในเวลานี้ทางวัดก็ได้จัดให้มีการสอนศีลธรรมอาริยธรรมให้กับนักเรียนวัดบางหญ้าแพรกต่อเนื่องในการจัดสอนตลอดปี
ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์เป็นประจำ
การบริหารและปกครอง
วัดนี้ดำเนินการปกครองภายในวัดตามพระวินัย ระเบียบข้อบังคับกฎหมายคณะสงฆ์กฎมหาเถรสมาคม
และมีไวยกรช่วยบริหารวัด
เจ้าอาวาสที่ปกครองวัด มีตามลำดับดังนี้
รูปที่ 1 อาจารย์เฒ่า
รูปที่ 2 อาจารย์แยะ
รูปที่ 3 พระอุปัชฌายะล่าย
รูปที่ 4 พระอธิการสาคร
รูปที่ 5 พระครูสาครอรรถโกวิท (จำนงค์ ปุณณริโก ป.ธ. 3)
รูปที่ 6 พระครูอุทัยธรรมสาคร เจ้าคณะตำบลท่าฉลอม
เจ้าอาวาสบางหญ้าแพรก องค์ปัจจุบัน อายุ 66 ปี 40 พรรษา
วิทยฐานะนักธรรมเอก (ตำแหน่ง) พระครูฉายาบัตรชั้นเอก |